เมนูคั่วฝักเพกาอ่อน อาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือ

เมนูคั่วฝักเพกาอ่อน

เมนูคั่วฝักเพกาอ่อน

เมนูคั่วฝักเพกาอ่อน หรือ คั่วบ่าลิดไม้ เป็นตำรับอาหารที่นิยมของผู้อาวุโสมากกว่าคนอายุน้อย เนื่องจากมีรสเปรี้ยวผสมรสขม นิยมนำไปผัดกับเครื่องแกงใส่แหนม อาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือ ที่นำฝักเพกาอ่อนย่างไฟจนเหลือง แล้วนำไปผัดกับเครื่องแกงพอหอม จะได้รสชาติเจือขมนิด ๆ ตัดกับรสเปรี้ยว กินเปล่า ๆ หรือกินกับข้าวเหนียวก็แสนอร่อย

ส่วนผสม

ฝักเพกาอ่อน 3 ฝัก
จิ้นส้ม (แหนมหมูห่อใบตอง) 150 กรัม
กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้าต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีลาวสำหรับตกแต่ง 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมเครื่องแกง
พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
หอมแดงหั่นหยาบ 5 หัว
กะปิอย่างดี 1 1/2 ช้อนชา
เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

โขลกส่วนผสมเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด
นำฝักเพกาอ่อนย่างไฟจนเหลือง ขูดส่วนเปลือกที่ไหม้ออก หั่นเป็นชิ้นพักไว้
ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอเหลือง ตักขึ้นพักไว้
ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงผัดต่อพอหอม ใส่จิ้นส้มผัดพอสุก ใส่ฝักเพกาคั่วพอเข้ากัน
ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า คั่วต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี ยกลง ตักใส่ภาชนะ โรยกระเทียมเจียวในข้อที่ 3 ตกแต่งด้วย
ผักชีลาว จัดเสิร์ฟ

เพกาหรือลิ้นฟ้า ประโยชน์และสรรพคุณ

เพกา มีฤทธิ์ป้องกันสมองเสื่อม ลดการอักเสบ ต้านการแพ้ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเซลล์มะเร็ง ลดการซึมผ่านของน้ำออกจากหลอดเลือด จึงลดการอักเสบบวมได้ มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอล ฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนเลือด ฤทธิ์ลดความดัน งานวิจัยเหล่านี้ล้วนสนับสนุนสรรพคุณของหมอพื้นบ้านที่เคยใช้มาแล้วทั้งสิ้น และเนื่องจากเพกา เป็นยาที่มีฤทธิ์ร้อนจึงไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำให้แท้งได้ และเมล็ดแก่ของเพกามีพิษ ห้ามกินดิบ

ความรู้เรื่องลิ้นฟ้า

จากการศึกษาพบว่า “ลิ้นฟ้า” หรือ “บักลิ้นฟ้า – หมากลิ้นฟ้า” เป็นชื่อผักพื้นบ้านที่มีลักษณะเป็นลำต้นเดี่ยว สูงชลูด ถ้าเป็นลิ้นฟ้าพันธุ์ธรรมดา จัมีความสูงของต้นประมาณ 4-5 เมตร ส่วนลิ้นฟ้าพันธุ์เตี้ย ตามที่สังเกตุดูจะมีความสูงประมาณ 3 เมตรเท่านั้น

คนภาคกลางและภาคใต้จะเรียกลิ้นฟ้าว่าต้น “เพกา” ภาคเหนือเรียก “มะลิ้นไม้, ลิ้นไม้ มะลิดไม้ หรือลิ้นช้าง” และเจ้าต้นลิ้นฟ้า จะเกิดขึ้นได้ทั่วไปตามธรรมชาติ เป็นไม้ที่ขึ้นง่ายพบได้ทั่วไปตั้งแต่ ที่ราบเชิงเขา ริมห้วยริมธาร ตลอดจนป่าละเมาะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงชะลูดแตกกิ่งก้านบนยอด ปลายก้านมีใบเดียว ลิ้นฟ้าออกดอกฤดูฝน ประมาณเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม ช่อดอกจะแทงสูงออกไปทางยอดเหนือใบยาวประมาณ 2-3 ฟุต ดอกของลิ้นฟ้า มีลักษณะกลมยาวคล้ายหลอด แต่ส่วนบนแยกเป็นกลีบๆ อย่างชัดเจน ก้านดอกมีขนสีน้ำตาลเข็ม ดอกอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่ขึ้น สีของดอกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงปนแดง ดอกบานตอนใกล้ค่ำ และจะอยู่ตลอดคืน เมื่อลิ้นฟ้าติดเป็นผล ฝักมีลักษณะแบนๆ สีเขียวคล้ายฝักหางนกยุง มีขนาดโตและยาวกว่า ฝักออกห้อยระย้าอยู่เหนือต้น ฝักแก่มีเมล็ดแบน ๆ สีน้ำตาลอ่อน เมล็ดจะมีเยื่อบางใสคล้ายปีก ช่วยให้ลอยตามกระแสลมไปไกลๆ ทำให้เกิดการแพร่พันธุ์ไปทั่วทุกบริเวณ

ต้นลิ้นฟ้า (เปลือกต้น) และลูก มีสรรพคุณทางยา เปลือกต้นมีรสฝาด มีรสขมเล็กน้อย มีสรรพคุณ ขับลมในลำไส้ แก้โรคบิด ท้องร่วง บำรุงโลหิต ส่วนลูกนำไปประกอบอาหารส่วนใหญ่จะนำไปเผาและหั่นเป็นชิ้น ๆ ทานกับน้ำพริกกะปิ รากของลิ้นฟ้า มีรสฝาดขมเล็กน้อย ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ เรียกน้ำย่อย เจริญอาหาร รักษาโรคท้องร่วง บิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *